
นางนวลจันทร์ ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ร่วมเป็นเกียรติ “พลพีร์” มอบนโยบายยกระดับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เดินหน้า “เชื่อมทุน–เชื่อมตลาด–เชื่อมคุณค่า” สร้างอาชีพ รายได้มั่นคง และยั่งยืน
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องแซฟไฟร์ 204–205 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
นางนวลจันทร์ ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม “W-Drive Kick Off 2027 : ขับเคลื่อนนโยบาย เชื่อมทุน เชื่อมตลาด สู่เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน” โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกระดับ สมาชิกกองทุน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนกว่า 700 คนทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า กรมการพัฒนาชุมชนต้องเป็น One Stop Service ให้กับประชาชน อำนวยความสะดวกตั้งแต่การค้นหาอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดำเนินการด้านเอกสารและการขออนุญาต ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ มีรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก
พร้อมมอบแนวทางสำคัญให้ “พัฒนากร” ต้องรู้จักศักยภาพและสินค้าของพื้นที่ สามารถวิเคราะห์ว่าผลิตภัณฑ์หรือพืชชนิดใดสามารถพัฒนาเป็นสินค้าประจำอำเภอ และสร้างความแตกต่างทางการตลาด เพื่อไม่ให้แต่ละพื้นที่ผลิตสินค้าซ้ำกันจนเกิดการแข่งขันภายในประเทศ
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ การพัฒนา Supply Chain ทั้งสายการผลิต ตั้งแต่ ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ โดยเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดทำเครื่องมือและอุปกรณ์ ผู้แปรรูป ผู้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และผู้จำหน่าย ให้เกิดเป็นห่วงโซ่ธุรกิจที่เกื้อหนุนกัน
เมื่อ “ปลายน้ำขายได้” จะทำให้เกิดการขยายตัวตลอดทั้งห่วงโซ่ เกิดกลุ่มอาชีพและธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า การสนับสนุนเงินทุนต้องมุ่งให้ประชาชนสามารถนำทุนไป ประกอบอาชีพได้จริง มีรายได้ มีกำไร และมีความสามารถในการชำระคืน เพื่อให้เงินทุนหมุนเวียนกลับไปสร้างโอกาสให้กับประชาชนกลุ่มอื่นต่อไป
ดังนั้น การพิจารณาสนับสนุนเงินทุนจึงต้องควบคู่กับการวางแผนธุรกิจ การพัฒนาทักษะ การยกระดับคุณภาพสินค้า และการหาตลาดรองรับ ไม่ใช่เพียง “ให้ทุน” แต่ต้อง “ให้โอกาสและสร้างอาชีพที่ยั่งยืน”
นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ตลอด 13 ปีของการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กรมการพัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อนการสร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่งทุน ส่งเสริมการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ โดยมีสมาชิกประเภทบุคคลธรรมดากว่า 18 ล้านคน และสมาชิกประเภทองค์กรสตรีกว่า 84,796 องค์กร
ปัจจุบัน กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด Supply Chain และ Supply Chain Finance เพื่อยกระดับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้ตอบโจทย์การค้ายุคใหม่ ตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ การพัฒนาทักษะและคุณภาพสินค้า การเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้า การสร้างตลาดรองรับ ไปจนถึงการเสริมสร้างวินัยทางการเงิน
การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการรับทราบทิศทางและนโยบายการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะการบูรณาการ “ทุน–อาชีพ–การผลิต–ตลาด” ให้เป็นระบบและเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี พร้อมนำแนวนโยบายไปประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนการทำงานของพัฒนากรและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นกลไกสำคัญในการ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าว : กลุ่มงานตรวจราชการ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี
รายงานครั้งที่ 148/2569
#WDriveKickOff2027 #กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี #เชื่อมทุนเชื่อมตลาดเชื่อมคุณค่า #SupplyChain #OneStopService #กรมการพัฒนาชุมชน #ศพชอุบลราชธานี #นวลจันทร์ศรีมงคล